อาการ และภาวะแทรกซ้อนของ ไข้เลือดออก

อาการ และภาวะแทรกซ้อนของ ไข้เลือดออก อาการของโรคไข้เลือดออกมักจะปรากฏหลังจากได้รับเชื้อแล้วประมาณ 5-8 วัน โดยทั่วไปแบ่งอาการตามระดับความรุนแรงของโรค คือ Dengue Fever, Dengue Hemorrhagic Fever และ Dengue Shock Syndrome ผู้ป่วยไข้เลือดออกที่เคยติดเชื้อไวรัสเดงกี่ชนิดใดไปแล้ว จะมีภูมิคุ้มกันของโรคและไม่ติดเชื้อสายพันธุ์นั้นอีกเป็นเวลา 6-12 เดือน นอกจากว่าผู้ป่วยจะได้รับเชื้อสายพันธุ์อื่น จึงจะป่วยซ้ำด้วยโรคเดิมอีก

ในรายที่มีการติดเชื้อซ้ำ อาการของโรคจะมีแนวโน้มความรุนแรงและการพัฒนาไปสู่ภาวะไข้เลือดออกภาวะที่รุนแรงขึ้นได้ โดยโรคไข้เลือดออกมี 3 ระดับอาการ ดังนี้

ไข้เลือดออก (Dengue Fever) ผู้ป่วยจะมีไข้สูงมาก เป็นอาการนำประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นจะมีอาการแสดงอื่นตามมา คือ ปวดหัว วิงเวียน คลื่นไส้อาเจียน ปวดรอบกระบอกตา ปวดตามกล้ามเนื้อ อาจมีผดผื่นแดงบริเวณผิวหนัง หากได้รับการดูแลรักษาเบื้องต้นและไม่มีการพัฒนาของโรคหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน อาการจะทุเลาลงและหายป่วยได้เองภายใน 2-7 วัน

ไข้เลือดออกเดงกี่ (Dengue Hemorrhagic Fever) ผู้ป่วยส่วนใหญ่คือผู้ที่ป่วยซ้ำด้วยไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ที่ยังไม่เคยป่วย จึงยังไม่มีภูมิคุ้มกัน อาการรุนแรงกว่าไข้เลือดออกธรรมดา มีไข้สูงมาก ปวดหัวรุนแรง เบื่ออาหาร อาเจียนอย่างหนักหรืออาเจียนมีเลือดปน อาจมีเลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟันมากผิดปกติ อาจพบจ้ำเลือดหรือห้อเลือดบริเวณผิวหนัง มีเลือดออกที่เนื้อเยื่ออวัยวะภายในต่าง ๆ ตับโต ความเข้มข้นของเลือดสูง ความดันเลือดต่ำ ผู้ป่วยในระยะนี้ถือเป็นภาวะวิกฤต ต้องคอยเฝ้าดูอาการและได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมอาการไม่ให้พัฒนาไปสู่ภาวะช็อก

ไข้เลือดออกช็อก (Dengue Shock Syndrome) มีเลือดออกในเนื้อเยื่อปริมาณมาก เกล็ดเลือดต่ำ พลาสมารั่ว เกิดภาวะน้ำท่วมปอด ความดันลดลงต่ำอย่างรวดเร็ว ตับทำงานผิดปกติหรือมีการติดเชื้ออย่างรุนแรงของอวัยวะภายใน สมองบวม ไตวาย จนนำไปสู่การช็อก เสี่ยงต่อการเสียชีวิต

ภาวะแทรกซ้อนของ ไข้เลือดออก

ผู้ป่วยไข้เลือดออกอาจมีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนได้ แต่พบได้น้อย ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้คือการทำงานของสมองผิดปกติ เช่น สมองอักเสบ การทำงานของหัวใจผิดปกติ ภาวะตับหรือไตวายอันเนื่องมาจากภาวะร่างกายเสียน้ำอย่างรุนแรง

กลุ่มผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อภาวะนี้ คือ

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือผู้ป่วยที่เป็นเด็ก เพราะร่างกายยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่จึงมีภูมิคุ้มกันต่ำ
ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เพราะเสี่ยงทั้งต่อตัวผู้เป็นแม่และทารกในครรภ์ การป่วยอาจส่งผลกระทบให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักตัวน้อย คลอดก่อนกำหนด หรือแท้ง

ผู้ที่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกแล้วป่วยซ้ำด้วยไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ใหม่ มีโอกาสเสี่ยงต่อการพัฒนาไปสู่ภาวะโรคไข้เลือดออกที่รุนแรงกว่าเดิม คือ ไข้เลือดออกเดงกี่ (Dengue Hemorrhagic Fever) และไข้เลือดออกช็อก (Dengue Shock Syndrome)
สายพันธ์ของไวรัสเดงกี่ การติดเชื้อในบางสายพันธุ์อาจมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่า

เชื้อชาติ ผลจากการศึกษาวิจัยผู้ป่วยที่ทวีปแอฟริกาซึ่งมีการระบาดของไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ พบว่ามีอัตราผู้ป่วยชนชาวคอเคซอยด์ (ชาวผิวขาว) ป่วยด้วยไข้เลือดออกเดงกี่ (Dengue Hemorrhagic Fever) และไข้เลือดออกช็อก (Dengue Shock Syndrome) มากกว่าในผู้ป่วยที่เป็นชาวผิวดำ