พระอัจฉริยภาพในหลวงร.9 วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี

พระอัจฉริยภาพในหลวงร.9 วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี สัปดาห์นี้ขอเล่าถึงพระอัจฉริยภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรงมีพระปรีชาสามารถตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ ปัจจุบันทรงได้รับรางวัลมากมายไปชมกัน

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเอกอลเมียร์มองต์ (Ecole Mieremont) และชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเอกอล นูแวล เดอ ลาซืออิส โรมองด์ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) ซึ่งพระองค์ทรงสนพระทัยเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เป็นพิเศษ

และเมื่อทรงศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยโลซานน์ ทรงเลือกเรียนแผนกวิศวกรรมศาสตร์ แต่ครั้นเมื่อทรงทราบว่าจะมีพระราชภารกิจอันใหญ่หลวงขึ้นครองราชย์สืบสันตติวงศ์ต่อจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล จึงทรงเลือกเรียนวิชารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์และนิติศาสตร์แทนวิชาเดิม

พระองค์ทรงฉายแววพระอัจฉริยภาพความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของนักประดิษฐ์และทรงมีพระปรีชาสามารถด้านช่างตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ ทรงนำสิ่งของที่เหลือใช้ภายในพระตำหนักที่ประทับเท่าที่จะหาได้ เช่น ไม้แขวนเสื้อมาสร้างรถไฟฟ้าเล่น มอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับทำให้รถไฟแล่นก็ทรงประดิษฐ์เอง โดยทรงนำลวดทองแดงมาพันเข้าเป็นแกนกลางของเครื่องมอเตอร์ ในพระตำหนักเต็มไปด้วยเครื่องมือช่างไม้ เครื่องช่างกล และสิ่งของที่ทรงสนพระทัย

ในครั้งหนึ่งทรงแก้ไขจักรเย็บผ้าที่ชำรุดของพระพี่เลี้ยงให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม ในช่วงเจริญพระวัย 10 พรรษา ทรงประกอบเครื่องรับวิทยุขึ้นใช้เอง และในช่วงเจริญพระวัย 11 พรรษา ทรงทดลองระบบไฟฟ้าสายเดียว โดยทรงใช้ลวดทองแดงเส้นเล็กๆ สายเดียวเสียบเต้ารับไฟฟ้าบนพระตำหนักโยงสายลงมาที่สนาม และทรงต่อกับรถไฟฟ้าของเล่น รถไฟฟ้าของพระองค์ก็วิ่งในสนามได้โดยไม่ต้องใช้สายไฟฟ้า 2 สาย แต่ทรงใช้พื้นดินเป็นสายที่ 2 ครบวงจรไฟฟ้า

พระอัฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพระองค์ทรงเป็นที่ประจักษ์แก่องค์การวิทยาศาสตร์นานาชาติ โดย สมาคมส่งเสริมและคุ้มครองนักประดิษฐ์ราชอาณาจักรเบลเยียม (The Belgian Chamber of Inventors) ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมและคุ้มครองนักประดิษฐ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในยุโรป มีการจัดงานแสดงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์เป็นประจำทุกปีที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม คณะกรรมการจัดงานบรัสเซลส์ ยูเรกา (Brussels Eureka)ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลแด่พระองค์ต่อเนื่องติดต่อกันมา 2 ปีซ้อน ในปี 2543 และ 2544

คณะกรรมการจัดงานบรัสเซลส์ ยูเรกา ปี 2543 (Brussels Eureka 2000) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลแด่พระองค์ที่ทรงประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับการควบคุมมลพิษและสิ่งแวดล้อม (Pollution Control – Environment) ปรากฏว่าผลงานสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการจัดงานว่า “เป็นผลงานที่ทรงคุณค่าและมีประโยชน์อย่างยิ่งในการบำบัดน้ำเสีย” ผลงาน “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ได้รับทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลถึง 5 รางวัล ดังนี้

1. เหรียญรางวัล สิ่งประดิษฐ์ดีเด่นระดับโลก Prix de l’OMPI (Organisation Mondiale de la Propriété Intellectuelle) พร้อมประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 2,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ
2. เหรียญรางวัลสรรเสริญพระอัจฉริยภาพแห่งการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ (Gold Medal with Mention) และประกาศนียบัตรเกียรตินิยม
3. ถ้วยรางวัลผลงานประดิษฐ์ดีเด่นสูงสุด (Grand Prix International , International Grand Price)
4. ถ้วยรางวัลสิ่งประดิษฐ์ดีเด่น (Minister J.CHABERT, Minister of Economy of Brussels Capital Region)
5. ถ้วยรางวัลสรรเสริญพระอัจฉริยภาพด้านการประดิษฐ์ รางวัลสิ่งประดิษฐ์ดีเด่น Yugosiavia

คณะกรรมการจัดงาน บรัสเซลส์ ยูเรกา ปี 2544 (Brussels Eureka 2001)ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลแด่พระองค์ใน 3 ผลงาน ได้แก่ ผลงานเรื่องทฤษฎีใหม่ (The New Theory) ผลงานเรื่องน้ำมันไบโอดีเซล สูตรสกัดจากน้ำมันปาล์ม (Palm Oil Formula) และผลงานฝนหลวง (Royal Rain Making) ซึ่งประกอบด้วยรางวัลดังนี้

1. รางวัล D’Un Concept Nouveau de Development de la Thaïlande พร้อมถ้วยรางวัลทำด้วยเงิน โดยคณะกรรมการตัดสินได้ลงมติเห็นชอบทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเทิดพระเกียรติคุณเป็นกรณีพิเศษแด่ผลงานประดิษฐ์คิดค้นทั้ง 3 ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากแนวคิดใหม่ในการพัฒนาประเทศไทย

2. รางวัลสรรเสริญพระอัจฉริยภาพแห่งการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ (Gold medal with mention) พร้อมประกาศเกียรติคุณในผลงาน “โครงการทฤษฎีใหม่”

3. รางวัลสรรเสริญพระอัจฉริยภาพแห่งการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ (Gold medal with mention) พร้อมประกาศเกียรติคุณ ในผลงาน “โครงการน้ำมันไบโอดีเซล สูตรสกัดจากน้ำมันปาล์ม”

4. รางวัลสรรเสริญพระอัจฉริยภาพแห่งการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ (Gold medal with mention) พร้อมประกาศเกียรติคุณ ในผลงาน “โครงการฝนหลวง”

5. ถ้วยรางวัล SPECIAL PRIX for His Majesty The King of Thailand พร้อมประกาศนียบัตร ในผลงานที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นโครงการทฤษฎีใหม่ โครงการปาล์มน้ำมัน และโครงการฝนหลวง และประกาศนียบัตร Honored Member of BACCI โดยเป็นรางวัลจาก Bulgarina American Chamber of Commercial and Industry (BACCI)

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญาแด่พระองค์ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552 ทรงเป็นพระองค์แรกของโลกที่ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนี้ซึ่งยังไม่มีผู้นำของโลกรายใดได้รับรางวัลนี้มาก่อน

สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล แด่พระองค์ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม (The Humanitarian Soil Scientist) ทรงเป็นพระองค์แรกของโลกที่ทรงเป็นผู้นำในการพัฒนาและอนุรักษ์ดินของไทยให้มีความยั่งยืนซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดียิ่งสำหรับประเทศอื่นๆ ที่จะนำไปปฏิบัติ และยังยกย่องนำ “หญ้าแฝก” มาแก้ไขปัญหาดินได้สำเร็จ พร้อมนำแนวพระราชดำริไปสานต่อเพื่อพัฒนาโลกต่อไป

พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันลันพ้นหาที่สุดมิได้ พสกนิกรชาวไทยจึงต้องน้อมสำนึกและร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

การศึกษาของชาติต้องส่งเสริมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์แก่เด็กและเยาวชนอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ประเทศไทยจึงจะมีโอกาสสร้างฐานขององค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นของตนเองโดยมิต้องพึ่งพาประเทศอื่นดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำประเทศไปสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” ตามยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์